ซีฟโก้

SEAFCO ไตรมาส 3/2563 อ่อนแอ คาดต่ำกว่าตลาด

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คาดผลกำไรไตรมาส 3/2563 ของ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO ชะลอ 37 เปอร์เซ็นต์ จากไตรมาสก่อน และก็ 45 เปอร์เซ็นต์

จากในช่วงเดียวกันเมื่อปีกลายจะอยู่ที่ 45 ล้านบาท จากทั้งยังรายได้ที่หดตัวจากปัญหาแรงงานขาด และก็อยู่ระหว่างเข้างานใหม่ รวมทั้งการกดดันจากอัตราผลกำไรช่วงต้นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด

อย่างไรก็แล้วแต่ แนวโน้มไตรมาส 4/2563 คาดฟื้นจากไตรมาสก่อน จากความคืบหน้าในงานก่อสร้างที่มากขึ้นรวมทั้งปัญหาขาด แคลนแรงงานที่เริ่มคลี่คลาย หลังที่หันไปรับแรงงานต่างชาติของบริษัทอื่นใน ประเทศเข้ามาทดแทนบางเล็กน้อย และได้ปรับลดประมาณการปี 2563 ถึง 2564ลง 18-21 เปอร์เซ็นต์ เป็น 261 ล้านบาท ลดน้อยลง 36 เปอร์เซ็นต์

จากในช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ในปีนี้ก่อนฟื้นเพียง 21 เปอร์เซ็นต์ จากในช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ที่ 316 ล้านบาทในปีต่อไป หนุนจากการเริ่มงานของภาครัฐที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2563

ฉะนั้น การปรับไปใช้ราคาที่เหมาะสมปี 2564 ที่ 6.70 บาท ทางเบื้องต้น คงจะข้อเสนอแนะซื้อลงทุน

มาจาก Upside ที่ มากยิ่งกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ และก็ราคาหุ้นเทรดบน PE เฉลี่ย 12.4 เท่า หรือค่าถัวเฉลี่ย -1SD

แต่ว่าระยะ สั้นยัง Overhang จากเหตุการณ์ทางด้านการเมือง รวมทั้งความไม่แน่นอนของการประมูลสาย สีส้ม รวมทั้งงบประมาณไตรมาส 3/2563 ที่อ่อนแอ แล้วก็บางทีอาจต่ำลงยิ่งกว่าตลาดคาดก็เป็นได้…

ตลาดหุ้นยุโรป

SEAFCO เช็คสุขภาพรับเหมาเสาเข็มเจาะยุคโควิดระบาด ยันเก็บ Backlog แน่นดันผลงานปีนี้นิวไฮ

นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซีฟโก้ SEAFCO เผยกับ “อินโฟเควสท์” ว่า ถึงแม้เหตุการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จะทำให้ภาคธุรกิจหลายอุตสาหกรรมได้รับผลพวงจากมภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ว่าในมุมของอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างเสาเข็มเจาะของบริษัทยังทยอยรับทราบรายได้เข้ามาสม่ำเสมอจากจำนวนงานในมือ (Backlog) ที่มีกว่า 2,500 ล้านบาทตามแผนจะรับทราบรายได้งานทั้งปวงข้างในปีนี้ กับเชื่อถือว่าจะมีงานใหม่เล็กน้อยเข้ามาเพิ่มได้อีกในตอนที่เหลือของปี

เพราะฉะนั้น บริษัทยังไม่มีแนวความคิดปรับแผนธุรกิจ รวมทั้งแน่ใจว่าแนวทางรายได้ปี 63 จะเติบโตได้ตามเป้าสัมผัส 3,300 ล้านบาท เติบโตทุบสถิติสูงสุดใหม่อีกทีสม่ำเสมอจากปีกลายที่มีรายได้ 3,062 ล้านบาท

อย่างไรก็แล้วแต่ นายณรงค์ สารภาพว่าการทำงานบางทีอาจได้รับผลพวงไปบ้าง ด้วยเหตุว่ารัฐบาลประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิว ทำให้การโยกย้ายเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักรเข้าไปในไซต์การก่อสร้างไม่สามารถดำเนินงานได้สบายในเวลากลางคืน และก็ปริมาณคนงานลดน้อยลงไม่พอกับจำนวนงาน เนื่องด้วยไม่อาจจะนำเข้าคนงานได้ราวภาวการณ์ธรรมดา ซึ่งเป็นไปตามแนวทางรัฐบาลควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่

นายณรงค์ กล่าวต่อว่าต่อขาน ปัจจุบันนี้บริษัทมีสภาพคล่องที่เป็นกระแสเงินสดพอเพียงต่อการดำเนินธุรกิจ จำนวนมากเป็นกระแสการเงินสดเวียนจากการส่งงานในแต่ละเดือนเฉลี่ย 200-300 ล้านบาทต่อเดือน รวมทั้งสถานะด้านการเงินยังอดทนรองรับความปั่นป่วนทางด้านเศรษฐกิจ แต่ว่าสิ่งต้องระมัดระวังเป็นผลพวงกับเศรษฐกิจในรอบนี้จะมีผลให้แผนลงทุนแผนการใหม่ของเอกชนรวมทั้งรัฐบาลไปสู่ภาวการณ์ชะลอตัวไปๆมาๆกน้อยยังไง พื้นฐานอาจจะต้องมาติดตามสนิทสนมอีกทีในครึ่งปีข้างหลังถ้าเกิดเหตุการณ์ยังทรุดโทรมก็บางทีอาจใคร่ครวญทวนแผนงานใหม่เพื่อสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายณรงค์ รับรองว่า บริษัทยังคงมีเป็นหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่จะจ่ายเงินปันผลบ่อยทุกไตรมาส ปัจจุบันบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวดผลประกอบการไตรมาส4/63 เป็นเงินสด 0.11 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องบินหมายมิได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 8 เดือนพฤษภาคม63 รวมทั้งจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม63

 

 

ที่มา.. ryt9