หุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดบ่าย พุ่งขึ้น 21.28 ดรรชนีอยู่ที่ 1,287 จุด

หุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดบ่าย

หุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 21.28 จุด ดรรชนีอยู่ที่ 1,287.30 จุด ค่าการค้าขาย 56,801.03 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นที่เมืองไทย ทุกวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน 63 ตอนครึ่งวันบ่าย พบว่า ดรรชนีปรับขึ้น 21.28 จุด เปลี่ยน 1.68% ราคาการค้าขาย 56,801.03 ล้านบาท

โดยดรรชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,293.35 จุด แล้วก็ต่ำสุดที่ 1,276.60 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการค้าขาย 5 ลำดับแรก อาทิเช่น 1. บริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท พีทีครั้ง โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) 5. บริษัทบริหารทรัพย์สิน กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน).

 

 

ที่มา thairath

ตลาดหุ้นจีน พร้อมทะยานหลัง “วิกฤติ COVID-19”

ตลาดหุ้นจีน นับว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดกำเนิดใหม่ (Emerging markets) ด้วยปริมาณประชากรในประเทศ 1.4 พันล้านคน ทำให้จีดีพีถูกขับเคลื่อนด้วยภาคการบริโภคในประเทศเป็นหลัก

ก็เลยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตาแล้วก็น่าลงทุนในระยะยาว ในสายตานักลงทุนที่ถูกใจลงทุนในต่างชาติ

แม้กระนั้นในตอน 4-5 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการระบาดของ ‘เชื้อไวรัส COVID-19 ทำพิษไปยังเศรษฐกิจทั้งโลก รวมทั้งเมืองจีนที่ฯลฯต่อการระบาด ที่จำเป็นต้องล็อกดาวน์ประเทศเป็นระยะเวลาหลายเดือน ทำให้กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจจำเป็นต้องถูกหยุด ซึ่งความไม่ค่อยสบายใจดังที่ได้กล่าวมาแล้วสะท้อนไปยังตลาดหลักทรัพย์ด้วยตัวอย่างเช่น

“ตลาดหุ้นจีน” ยังไปได้ต่อ…ยก ‘กรุ๊ปบริโภค-เทคโนโลยี-โรงพยาบาล’ หลังพ้นCOVID-19

“คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดรวมทั้งสินค้า บริษัทหลักทรัพย์จัดแจงกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองว่า ตลาดค้าหุ้นจีนในตอนนี้ กลับมาสู่สภาวะธรรมดาโดยมองเห็นได้จากการฟื้นฟูสภาพของดัชนี ภายหลังผ่านเหตุการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รวมทั้งการออกหลักการการคลัง-การเงินซึ่งสามารถทำเป็นเร็วทันใจ ซึ่งช่วยทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นได้เร็วตามไปด้วย ซึ่งจะช่วยรักษาการเติบโตของจีดีพีก้าวหน้าหรือระดับที่ 3-4% จากเดิมที่เติบโต 6% โดยการเติบโตในระดับที่ต่ำกว่า 6% นับว่าไม่น่าวิตกกังวลนัก ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

“ตลาดหุ้นจีนในระดับตอนนี้มั่นใจว่ายังมีอัพไซด์ได้อีกมากมาย จากการวัดราคา (valuation)ในราคาตอนนี้ ที่มี P/E 11-12 เท่า ก็เลยคาดหมายว่าดัชนีถึงปลายปียังเพิ่มได้อีก 10-15% จากดรรชนีเดี๋ยวนี้ ก็เลยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ควรจะให้น้ำหนักการลงทุน โดยมีตัวดรรชนี ‘A-SHARE’ ที่น่าดึงดูด ส่วนกรุ๊ปที่ชี้แนะ ประกอบไปด้วย กรุ๊ปบริโภค กรุ๊ปเทคโนโลยี และก็กรุ๊ปโรงพยาบาล”

เมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ยังคิดว่า ‘ตลาดหุ้นจีน’ ยังคงมีความน่าสนใจกว่า ด้วยจำนวนเงินการประคองเศรษฐกิจที่สูงกว่า รวมทั้งจากกรุ๊ปอุตสาหกรรมที่นานัปการ อย่างอะลีบาบากรุ๊ป และก็เทนเซ็นต์ที่ได้ประโยชน์เต็มคุณภาพในตอนการระบาดของเชื้อไวรัส ช่วงเวลาเดียวกันยังมีกรุ๊ปบริโภค กรุ๊ปเทคโนโลยี ที่กำลังจะได้ประโยชน์ภายหลังจบการระบาดของเชื้อไวรัส

“สำหรับเพื่อการแบ่งสัดส่วนพอร์ตลงทุนในหุ้น 100% พวกเรายังคงให้รูปร่างการลงทุนหลักที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา หรือราว 40-50% และก็ตามด้วยยตลาดค้าหุ้นจีน 20-30% แล้วก็ที่เหลือให้เฉลี่ยลงทุนในตลาดค้าหุ้นยุโรปและก็ตลาดค้าหุ้นไทย”

“หุ้นจีน” แข็ง…ใส่รับจีดีพีจีน ‘โตสวนกระแส’

ฟาก “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาดแล้วก็ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดแจงกองทุน ทิสโก้ จำกัด มีความเห็นว่าเหตุการณ์เศรษฐกิจจีนในตอนนี้ เริ่มกิจกรรมด้านเศรษฐกิจเยอะขึ้น และก็มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างหลักการการคลัง หลักการการเงินภายหลังจากพ้นตอนการระบาดของเชื้อไวรัส

ซึ่งประเมินว่าในไตรมาส 2/63 จะเริ่มมองเห็นการเจริญเติบโตของจีดีพีได้ดีมากยิ่งกว่าไตรมาส 1/63 ตลอดปีพวกเราเห็นว่าจะเติบโตเฉลี่ย 3-4% จากเดิมคาดคะเนว่าจะเติบโต 6% การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจในประเทศจีนจำต้องหยุดชะงัก แต่ว่าแต่ถือได้ว่าเป็นการเติบโตได้ระดับที่ความสามารถเมื่อเปรียบเทียบทั้งโลกที่ไปสู่ภาวการณ์หดตัว

“ในส่วนตลาดค้าหุ้นจีนยังมีความน่าดึงดูดใจด้วยการปรับลดดัชนีในตอนที่ผ่านมาและก็ดาวน์ไซต์ที่ค่อนข้างจะจำกัด โดยกรุ๊ปดรรชนีที่น่าลงทุนยังคงเป็นดัชนี ‘A-SHARE’ จากผู้กระทำระจายตัวของบริษัทที่หลากหลาย รวมทั้งการบริโภคในประเทศจะเริ่มมองเห็นการฟื้นฟูสภาพได้ ภายหลังจากพ้นตอนการระบาดของเชื้อไวรัส”

เมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ พวกเรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนไปยัง หุ้นจีน จากพื้นฐานมีความแข็งแกร่ง ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปัจจัยเบื้องต้นยังคงอ่อนแอ จากต้นเหตุบีบคั้นที่มีต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน และก็ดัชนีหุ้นไทยยังคงมีลักษณะท่าทางปรับน้อยลงอีก ซึ่งชี้แนะนักลงทุนในขณะนี้ ที่ลงทุนหุ้น 100% ให้ลงทุนในต่างชาติ (จีน,ญี่ปุน) 70% รวมทั้งที่เหลือเป็นหุ้นไทย

 

 

ที่มา.. wealthythai

ตลาดหุ้นยุโรป เปิดตลาดวันนี้ขยับขึ้น โดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมเฟด

ตลาดหุ้นยุโรป เปิดตลาดวันนี้ขยับขึ้น โดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมของคณะกรรมการวางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ดรรชนีEuropean Stoxx 600 บวก 0.2%

ดรรชนี CAC-40 ตลาดหุ้นประเทศฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 4,566.29 จุด ลดน้อยลง 3.50 จุด, -0.08% ดรรชนี DAX ตลาดค้าหุ้นเยอรมนีเปิดวันนี้ที่ 10,812.74 จุด มากขึ้น 17.11 จุด, +0.16%

บรรดานักวิเคราะห์คาดว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรึกษากันเกี่ยวกับโครงงานเงินกู้ยืมของเฟดสำหรับภาคธุรกิจรวมทั้งรัฐบาลระดับเมือง สำหรับการประชุมแนวนโยบายการเงินในวันที่ 28-29 เม.ย.นี้ เหตุเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วทั้งประเทศ

ระหว่างที่สถาบันจัดลำดับความน่าไว้ใจ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้ปรับลดชั้นความน่าวางใจของอิตาลีลงสู่ระดับ BBB- จากระดับ BBB โดยเจาะจงถึงผลพวงจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนาสายจำพวกใหม่ (โควิด-19)

ชั้นความน่านับถือที่ BBB- ของอิตาลีตอนนี้ อยู่เหนือระดับ “ขยะ” (junk) เพียงแต่ระดับเดียว โดยฟิทช์ กล่าวมาว่า “การปรับลดชั้นดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นสะท้อนถึงผลพวงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วทั้งโลกมีต่อเศรษฐกิจแล้วก็สถานะการเงินของอิตาลี”

 

ที่มา.. ryt9

ผู้ถือหุ้น EVER โหวตหนุนแผนออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท

ผู้ถือหุ้น EVER โหวตหนุนแผนออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท รองรับแผนขยายกิจการ-คืนหนี้สินสถาบันการเงิน บิ๊กบอส “สวิจักร์ โลจายะ”ปักหมุดปี 63 พร้อมบุกตลาดแนวยาว บริหารพอร์ต/ลดเสี่ยง แย้มเตรียม Presale บ้านเดี่ยวสุวินทวงศ์ “ซิลเวอร์เลค พาร์ค” เฟส 2 ค่า กว่า 420 ล้านบาท ภายในไตรมาส 2/63 หนุนผลงานโตแกร่ง

นายสวิจักร์ โลจายะ ประธานกรรมการ บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) (EVER) ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “เดอะโพลิแทน” ทำเลที่ตั้งเขตสนามบินน้ำ โครงงานแนวนอน บ้านเดี่ยว แบรนด์ “มายโฮม อเวนิว” รวมทั้งทาวน์โฮม แบรนด์ “เอเวอร์ ซิตี้” เผยออกมาว่า ห้องประชุมสามัญผู้ถือหุ้นรายปี 2563 ในวันที่ 28 ม.ย. 2563 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ลงความเห็นอนุมัติการออกและก็เสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการจ่ายหนี้คืนสถาบันการเงิน ขยายงานของบริษัทฯ รวมทั้งการลงทุนในอนาคต โดยคาดว่าจะออกในตอนช่วงหลังของปีนี้

เริ่มแรกผมจำต้องขอขอบคุณมากผู้ถือหุ้นที่เชื่อใจ และก็เห็นดีเห็นชอบสำหรับการการออกหุ้นกู้คราวนี้ ซึ่งเกิดผลดีกับบริษัทฯ เหตุเพราะการออกหุ้นกู้ในคราวนี้ช่วยลดเงินลงทุนสำหรับในการดำเนินธุรกิจ และก็ส่วนหนึ่งส่วนใดใช้ประโยชน์สำหรับในการขยายธุรกิจในอนาคต รองรับการประลองของตลาดอสังหาฯ ที่มีความรุนแรงมากเพิ่มขึ้น”นายสวิจักร์ กล่าว

ประธานกรรมการ EVER กล่าวอีกว่า บริษัทฯยังคงเดินหน้าตามแผนระยะยาวสำหรับการเสริมสร้างสมรรถนะ รวมทั้งการเพิ่มยุทธวิธีใหม่ๆสำหรับเพื่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังโครงงานปัจจุบันนี้แล้วก็พัฒนาโครงงานใหม่ๆโดยยิ่งไปกว่านั้นการขยายแนวยาว เพื่อเพิ่มที่มาของรายได้ และก็กระจายการเสี่ยงทางธุรกิจ นอกจากแผนการแนวสูง ซึ่งตลาดดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วยังมีกำลังซื้ออยู่จำนวนมาก

โดยปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างหาทำเลที่ดิน เพื่อขยายโครงการแนวขนาน โดยด่วนๆนี้จัดเตรียมเปิดตัวโครงงาน “ซิลเวอร์เลค พาร์ค” เฟส 2 ค่าโครงงาน 420 ล้านบาท บนถนน สุวินทวงศ์ คาดจะมองเห็นในช่วงปลายไตรมาส 2 ของปีนี้

นอกเหนือจากนี้ ยังมีแผนการทาวน์โฮม แบรนด์ เอเวอร์ซิตี้ สุขความเจริญรุ่งเรือง 30 – พุทธบูชา เฟส 2 ค่าโครงงาน 200 ล้านบาท ที่จะทยอยเปิดตัวตามมา ส่งเสริมผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

ที่มา.. ryt9

SEAFCO เช็คสุขภาพรับเหมาเสาเข็มเจาะยุคโควิดระบาด ยันเก็บ Backlog แน่นดันผลงานปีนี้นิวไฮ

นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซีฟโก้ SEAFCO เผยกับ “อินโฟเควสท์” ว่า ถึงแม้เหตุการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จะทำให้ภาคธุรกิจหลายอุตสาหกรรมได้รับผลพวงจากมภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ว่าในมุมของอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างเสาเข็มเจาะของบริษัทยังทยอยรับทราบรายได้เข้ามาสม่ำเสมอจากจำนวนงานในมือ (Backlog) ที่มีกว่า 2,500 ล้านบาทตามแผนจะรับทราบรายได้งานทั้งปวงข้างในปีนี้ กับเชื่อถือว่าจะมีงานใหม่เล็กน้อยเข้ามาเพิ่มได้อีกในตอนที่เหลือของปี

เพราะฉะนั้น บริษัทยังไม่มีแนวความคิดปรับแผนธุรกิจ รวมทั้งแน่ใจว่าแนวทางรายได้ปี 63 จะเติบโตได้ตามเป้าสัมผัส 3,300 ล้านบาท เติบโตทุบสถิติสูงสุดใหม่อีกทีสม่ำเสมอจากปีกลายที่มีรายได้ 3,062 ล้านบาท

อย่างไรก็แล้วแต่ นายณรงค์ สารภาพว่าการทำงานบางทีอาจได้รับผลพวงไปบ้าง ด้วยเหตุว่ารัฐบาลประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิว ทำให้การโยกย้ายเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักรเข้าไปในไซต์การก่อสร้างไม่สามารถดำเนินงานได้สบายในเวลากลางคืน และก็ปริมาณคนงานลดน้อยลงไม่พอกับจำนวนงาน เนื่องด้วยไม่อาจจะนำเข้าคนงานได้ราวภาวการณ์ธรรมดา ซึ่งเป็นไปตามแนวทางรัฐบาลควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่

นายณรงค์ กล่าวต่อว่าต่อขาน ปัจจุบันนี้บริษัทมีสภาพคล่องที่เป็นกระแสเงินสดพอเพียงต่อการดำเนินธุรกิจ จำนวนมากเป็นกระแสการเงินสดเวียนจากการส่งงานในแต่ละเดือนเฉลี่ย 200-300 ล้านบาทต่อเดือน รวมทั้งสถานะด้านการเงินยังอดทนรองรับความปั่นป่วนทางด้านเศรษฐกิจ แต่ว่าสิ่งต้องระมัดระวังเป็นผลพวงกับเศรษฐกิจในรอบนี้จะมีผลให้แผนลงทุนแผนการใหม่ของเอกชนรวมทั้งรัฐบาลไปสู่ภาวการณ์ชะลอตัวไปๆมาๆกน้อยยังไง พื้นฐานอาจจะต้องมาติดตามสนิทสนมอีกทีในครึ่งปีข้างหลังถ้าเกิดเหตุการณ์ยังทรุดโทรมก็บางทีอาจใคร่ครวญทวนแผนงานใหม่เพื่อสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายณรงค์ รับรองว่า บริษัทยังคงมีเป็นหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่จะจ่ายเงินปันผลบ่อยทุกไตรมาส ปัจจุบันบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวดผลประกอบการไตรมาส4/63 เป็นเงินสด 0.11 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องบินหมายมิได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 8 เดือนพฤษภาคม63 รวมทั้งจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม63

 

 

ที่มา.. ryt9

ANAN เพิ่มเวลาโปร ปลอดหนี้ 2 ปี ถึงสิ้นพฤษภาคม ตอบรับดีมานด์ลูกค้าช่วงเหตุการณ์โควิด

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมทั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ANAN กล่าวมาว่า ภายหลังที่บริษัทได้ปล่อยโปรโมชั่นพิเศษ ปลอดหนี้ 2 ปี ภายใต้แคมเปญ MOVE NOW! สำหรับคนที่จองอาคารชุดพร้อมอยู่ ใกล้รถไฟฟ้า แบรนด์ ไอดีโอ และก็ ไอดีโอ โมบิ พร้อมคำแนะนำพิเศษ อย่างเช่น ผ่อน 0 บาท นาน 2 ปี ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 2 ปี ฟรีรายจ่ายวันโอนฯ (ข้อจำกัดตามบริษัทฯ ระบุ) ปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับเกินเป้าที่คาดไว้แล้วก็ยังมีลูกค้าที่คลาดโอกาสนี้ สะท้อนให้มีความเห็นว่ากำลังซื้อในตลาดยังคงมีอยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำเลที่ตั้งที่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าในระดับราคาที่สมควร ก็เลยทำให้บริษัทตระเตรียมเลื่อนเวลาโปรโมชั่นพิเศษสุดนี้ไปจนกระทั่งสิ้นเดือน พฤษภาคม63 นี้

การจัดการดังที่กล่าวผ่านมาแล้วนับยอดเยี่ยมในยุทธวิธีที่รองรับเหตุการณ์วัววิด-19 เพราะเหตุว่าความจำเป็นที่อยู่ที่อาศัยยังเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากแม้กระนั้นเหตุการณ์ตอนนี้ลูกค้ามีความรู้สึกกลุ้มใจสำหรับในการตกลงใจซื้อ บริษัทมีความรู้และมีความเข้าใจเหตุการณ์ก็เลยมอบสิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่รองรับความต้องการของกรุ๊ปลูกค้าวัตถุประสงค์ ทั้งยังในด้านสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด การออกแบบที่ล้ำสมัย รวมทั้งความคุ้มราคาสำหรับเพื่อการลงทุน ซึ่งนับว่าเป็นเป้าหมายหลักของหน่วยงาน

สำหรับโปรโมชั่น “ปลอดหนี้ 2 ปี” ภายใต้แคมเปญ MOVE NOW! จะเลื่อนเวลาโปรโมชั่นออกไปตั้งแต่วันนี้ – 31 เดือนพฤษภาคม63 ลูกค้าสามารถจองผ่านวิถีทางออนไลน์ Ananda iStore ถึงที่กะไว้ Line @ideocondo @ideomobicondo ตลอด 1 วัน หรือลูกค้าที่พึงพอใจเข้าชมแผนการที่ที่ทำการขายยังสามารถเข้าชมแผนการได้ตามธรรมดา โดยบริษัทมีมาตรการจัดการกับเชื้อไวรัสวัววิด-19 ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มข้น โดยพิจารณาถึงสุขลักษณะของลูกค้ารวมทั้งบุคลากรเป็นหลัก

 

ที่มา.. ryt9

เช้าวันนี้ MAJOR มูลค่าสูงสุด 58.80 ลบ.ราคาเฉลี่ย 14.70 บริษัท/หุ้น

ปิดตลาดหลักทรัพย์ไทยเช้าวันนี้ พบมีการซื้อขายบิ๊กล็อต 8 หลักทรัพย์ 8 รายการ เจอ MAJOR มีมูลค่าสูงสุด 58.80 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 14.70 บาท
รายงานหลังปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหุ้นแห่งประเทศไทยวันนี้ พบว่ามีการทำรายการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) จำนวน 8 หลักทรัพย์ 8 รายการ ดังต่อไปนี้

หลักทรัพย์ รายการ จำนวนหุ้น ค่า ราคาเฉลี่ย ราคาพาร์

(พันบาท) (บาท)

MAJOR 1 4,000,000 58,800.00 14.70 1.00
KCE 1 2,500,000 36,000.00 14.40 0.50
BEM 1 4,000,000 34,400.00 8.60 1.00
CPALL 1 165,300 10,599.86 64.12 1.00
VGI 1 1,500,000 10,125.00 6.75 0.10
CPF 1 300,000 7,800.00 26.00 1.00
PTT13P2009A 1 15,000,000 6,412.50 0.43 0.00
KTC 1 100,000 3,225.00 32.25 1.00

หมายเหตุ: รวมตลาด MAI ด้วย
ที่มา: ตลาดค้าหุ้นแห่งประเทศไทย

 

ที่มา.. ryt9

SET index ปิดที่ 1,125.86 จุด ลดลง 16% จากเดือนกุมภาพันธ์

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย SET Index ปิดที่ 1,125.86 จุด ลดลง 16% จากเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ดี

มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 71,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.8% จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2562 ด้านผู้ลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิ 78,363 ล้านบาทในตลาดหลักทรัพย์ไทย โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในเอเชีย

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคม 2563 ตลาดหลักทรัพย์ไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้นจากเดือนก่อนเช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม SET Index ในเดือนมีนาคมปรับตัวลดลงน้อยกว่าตลาดส่วนใหญ่ในอาเซียน เนื่องจากหลายธุรกิจปรับตัวรับกับสถานการณ์ได้ดี โดยเฉพาะธุรกิจผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร ตลอดจนธุรกิจค้าปลีกและบริการทางการแพทย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นในดัชนีของกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวปรับตัวลดลงน้อยกว่าSET Index ทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป นอกจากประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาดแล้ว ผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญกับความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบราคาน้ำมัน การปรับตัวของธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะการรองรับรูปแบบและปริมาณความต้องการภายในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนมาตรการของรัฐด้านการเงินและการคลังเพื่อการประคับประคองเศรษฐกิจในระยะนี้

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ณ สิ้นเดือนมีนาคมปี 2563 ปิดที่ 1,125.86 จุด ลดลง 28.7% จากสิ้นปีก่อน และ 16% จากสิ้นเดือนก่อนหน้าโดย กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มบริการ ลดลงน้อยกว่า SET Indexในเดือนมีนาคม 2563 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทย 78,363 ล้านบาทมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai

ในเดือนมีนาคม 2563 อยู่ที่ 71,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.8% จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2562Forward และ Historical P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 อยู่ที่ระดับ 13.4 เท่า และ 13.0 เท่าตามลำดับ

สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 11.3 เท่า และ 12.8 เท่าตามลำดับอัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 อยู่ที่ระดับ 4.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่

3.6%มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ SET และ mai ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 อยู่ที่ 12.3 ล้านล้านบาท ลดลง 27.7% จากสิ้นปี 2562ในไตรมาสแรกของปี 2563 มูลค่าการระดมทุนครั้งแรก (IPO) ของไทยอยู่ที่

ระดับ 56,127 ล้านบาท ในขณะที่การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน (SPO) มีมูลค่ารวม 67,592 ล้านบาท

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ในเดือนมีนาคม 2563 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 754,133 สัญญา ซึ่งเพิ่มขึ้น 40% จากเดือนก่อน

 

แหล่งที่มา.. ryt9

SCC เปิดเผย เอสซีจี แพคเกจจิ้ง เข้าเทคฯ บจังหวัดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำในตลาดหุ้นเวียดนาม

บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เผยออกมาว่า บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP)ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC อยู่ระหว่างปฏิบัติการซื้อหุ้นสามัญในรูปทรงข้างมากของ Bien Hoa Packaging Joint Stock Company (SOVI) โดยลงทุนผ่าน บริษัท กรุ๊ปไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (TCG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่มีหุ้นโดย SCGP แล้วก็ Rengo Company Limited ญี่ปุ่น ในรูปร่างปริมาณร้อยละ 70:30 เป็นลำดับ

การเข้าซื้อหุ้น SOVI ซึ่งเป็นบริษัทลงทะเบียนในตลาดค้าหุ้นนครโฮจิมินห์(Ho Chi Minh Stock Exchange :HOSE) จะต้องกระทำตามข้อบังคับหลักทรัพย์และก็กฎต่างๆที่ State Securities Commission of Vietnam และก็ HOSE ระบุ

โดยที่ TCG จะส่งหนังสือแจ้งเจตนาสำหรับเพื่อการซื้อหุ้นให้แก่คณะกรรมการของ SOVI เพื่อเสนอให้ห้องประชุมผู้ถือหุ้น SOVI พินิจอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นที่มีรูปทรงมากยิ่งกว่า 25%

โดยไม่ต้องทำคำเสนอซื้อกิจการค้า (Mandatory Tender Offer) และก็หลังจากห้องประชุมผู้ถือหุ้น SOVI อนุมัติการซื้อหุ้นดังที่กล่าวถึงแล้วแล้ว TCG รวมทั้ง/หรือบริษัทย่อยที่ตั้งขึ้นใหม่ของ TCG จะสนทนาข้อตกลงซื้อหุ้น SOVI กับผู้ถือหุ้นที่พึงพอใจขายหุ้น และก็กระทำตามข้อจำกัดต่างๆของข้อตกลงก่อนที่จะปฏิบัติการซื้อหุ้นตามกฎระเบียบที่เกี่ยวพันถัดไป

SOVI เป็นผู้สร้างชั้นแนวหน้าในด้านบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำจากเยื่อและก็กระดาษ (Fiber-based packaging) มีกำลังในการผลิตกล่องกระดาษลูกที่นอน 90,000 ตันต่อปีและก็มีก ลังการสร้างกล่องลามิเนท (Offset Laminated Packaging) 10,000 ตันต่อปี มีโรงงาน 3 ที่ใกล้นครโฮจิมินห์และก็มีลูกค้าหลักเป็นบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ที่อยู่ในกรุ๊ปผลิตภัณฑ์ชนิดอุปโภคบริโภค

ในปี 62 SOVI มีรายได้ราวๆ 1,703 พันล้านดอง (ราว 73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 2,350 ล้านบาท) มีกำไรทั้งสิ้นข้างหลังหักภาษีโดยประมาณ 141 พันล้านดอง (โดยประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือโดยประมาณ 195 ล้านบาท) รวมทั้งมีทรัพย์สิน 905 พันล้านดอง (ราว 39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,249 ล้านบาท)

SCGP เป็นหัวหน้าด้านการให้บริการบรรจุภัณฑ์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน พรีเซนเทชั่นบริการบรรจุภัณฑ์เยื่อรวมทั้งกระดาษ บรรจุภัณฑ์จากอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงรวมทั้งพอลิเมอร์(Performance & Polymer packaging) และก็บริการบรรจุภัณฑ์ที่นานาประการอื่นๆมีฐานการสร้างรวมกว่า 40 ที่ในเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิ ลิปปินส์แล้วก็ไทย การลงทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของแนวทางขยายกิจการปลายน้ำในอาเซียนเพื่อมุ่งสู่การเป็นหัวหน้าด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอย่างยั่งยืนของ SCGP ซึ่งธุรกรรมนี้จะช่วยสร้างเสริมความแข็งแกร่งของ SCGP ให้มากขึ้นด้วยการบูรณาการธุรกิจข้างในเวียดนามแล้วก็เพิ่มฐานลูกค้าที่เชื่อมโยงถึงผู้ซื้อซึ่งมีการเติบโตสูง

การลงทุนนี้เป็นการเน้นความขมักเขม้นของ SCGP สำหรับเพื่อการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อในเวียดนามที่เพิ่มสูงมากขึ้นโดยตลอด แล้วก็ทำให้ SCGP มีก ลังการสร้างบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำจากเยื่อรวมทั้งกระดาษในเวียดนามมากขึ้นเท่าตัว นอกจากนี้ยังสร้างเสริมความแข็งแกร่งในฐานะหัวหน้าด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อคนซื้อแบบครบวงจรอีกทั้งในเวียดนามรวมทั้งอาเซียน

ดังนี้ จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสวัวโรท้องนา (วัววิด-19) รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของตลาดอีกทั้งภายในประเทศรวมทั้งต่างถิ่น SCGP ได้ติดตามเหตุการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิดตลอดและก็พินิจจังหวะการลงทุนที่ส คัญอย่างมากนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว โดยมีความเชื่อมั่นว่าการลงทุนนี้จะช่วยสนับสนุนวิธีการการเจริญเติบโตทางธุรกิจ และก็จะเป็นฐานรากสำคัญในการปรับปรุงธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้ใช้อย่างครบวงจรให้เติบโตในระยะยาว

 

แหล่งที่มา.. ryt9

ASK ยกเลิกแผนเพิ่มทุนหลังราคาหุ้นตกตลอดรับพิษเศรษฐกิจชะลอตัว-ไวรัสระบาด

บมจ.เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) แจ้งว่าที่สัมมนาคณะกรรมการบริษัทในวันนี้ อนุมัติยกเลิกความเห็นชอบที่เกี่ยวพันกับการเพิ่มทุนสำหรับจดทะเบียน การออกรวมทั้งเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท การขอผ่อนผันวิธีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งปวงของธุรกิจโดยอาศัยความเห็นชอบห้องประชุมผู้ถือหุ้น (Whitewash) รวมทั้งวิธีการทำรายการที่เกี่ยวเนื่องกัน ในความเห็นข้อที่ 5, 6, 7, 8, และก็ 9 ของการสัมมนาคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2563

เพราะเหตุว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ที่ชะลอตัว และก็ความไม่เที่ยงแล้วก็ความรู้สึกกังวลจากสภาวะโรคระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั้งยังในประเทศไทยแล้วก็ทั่วทั้งโลก ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบอย่างหนักต่อภาวะตลาดค้าหุ้นที่ดรรชนีน้อยลงมากยิ่งกว่า 300 จุด ในตอน 2 อาทิตย์ก่อนหน้านี้ รวมทั้งทำให้เกิดผลเสียสม่ำเสมอถึงราคาหุ้นของบริษัท รวมถึงทำให้ภาวะตลาดหุ้นกำเนิดสถานการณ์ผันแปรที่ไม่สามารถที่จะเดาได้ แล้วก็ยังไม่มีแนวโน้มที่เด่นชัดว่าสถานการณ์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจะสิ้นสุดลงเมื่อใด คณะกรรมการบริษัทก็เลยได้ตรึกตรองและก็ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์เห็นสมควรยกเลิกความเห็นที่เกี่ยวพันกับการเพิ่มทุนเพื่อการจดทะเบียนดังกล่าวข้างต้น

ก่อนหน้าที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทอนุมัติลดทุนเพื่อการจดทะเบียนโดยตัดหุ้นที่ยังไม่ได้ออกวางขาย จากนั้นให้เพิ่มทุนเพื่อการจดทะเบียนเป็น 2,345,970,930 บาท จากเดิม 1,759,478,200 บาท โดยออกหุ้นใหม่ 117,298,546 หุ้น ค่าที่ยี่ห้อไว้ (พาร์) หุ้นละ 5 บาท จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการมีหุ้นส่วน (RO) ในอัตราส่วน 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาหุ้นละ 20 บาท

โดยจะนำเงินจากการเพิ่มทุนในคราวนี้ราว 2,345 ล้านบาท ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับในการดำเนินธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ในตอนที่คาดว่าจะมียอดปลดปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 63 โดยประมาณ 29,000 ล้านบาท

 

 

แหล่งที่มา.. https://www.ryt9.com/s/iq10/3106774