ตลาดหุ้นจีน

ตลาดหุ้นจีน พร้อมทะยานหลัง “วิกฤติ COVID-19”

ตลาดหุ้นจีน นับว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดกำเนิดใหม่ (Emerging markets) ด้วยปริมาณประชากรในประเทศ 1.4 พันล้านคน ทำให้จีดีพีถูกขับเคลื่อนด้วยภาคการบริโภคในประเทศเป็นหลัก

ก็เลยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตาแล้วก็น่าลงทุนในระยะยาว ในสายตานักลงทุนที่ถูกใจลงทุนในต่างชาติ

แม้กระนั้นในตอน 4-5 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการระบาดของ ‘เชื้อไวรัส COVID-19 ทำพิษไปยังเศรษฐกิจทั้งโลก รวมทั้งเมืองจีนที่ฯลฯต่อการระบาด ที่จำเป็นต้องล็อกดาวน์ประเทศเป็นระยะเวลาหลายเดือน ทำให้กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจจำเป็นต้องถูกหยุด ซึ่งความไม่ค่อยสบายใจดังที่ได้กล่าวมาแล้วสะท้อนไปยังตลาดหลักทรัพย์ด้วยตัวอย่างเช่น

“ตลาดหุ้นจีน” ยังไปได้ต่อ…ยก ‘กรุ๊ปบริโภค-เทคโนโลยี-โรงพยาบาล’ หลังพ้นCOVID-19

“คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดรวมทั้งสินค้า บริษัทหลักทรัพย์จัดแจงกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองว่า ตลาดค้าหุ้นจีนในตอนนี้ กลับมาสู่สภาวะธรรมดาโดยมองเห็นได้จากการฟื้นฟูสภาพของดัชนี ภายหลังผ่านเหตุการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รวมทั้งการออกหลักการการคลัง-การเงินซึ่งสามารถทำเป็นเร็วทันใจ ซึ่งช่วยทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นได้เร็วตามไปด้วย ซึ่งจะช่วยรักษาการเติบโตของจีดีพีก้าวหน้าหรือระดับที่ 3-4% จากเดิมที่เติบโต 6% โดยการเติบโตในระดับที่ต่ำกว่า 6% นับว่าไม่น่าวิตกกังวลนัก ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

“ตลาดหุ้นจีนในระดับตอนนี้มั่นใจว่ายังมีอัพไซด์ได้อีกมากมาย จากการวัดราคา (valuation)ในราคาตอนนี้ ที่มี P/E 11-12 เท่า ก็เลยคาดหมายว่าดัชนีถึงปลายปียังเพิ่มได้อีก 10-15% จากดรรชนีเดี๋ยวนี้ ก็เลยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ควรจะให้น้ำหนักการลงทุน โดยมีตัวดรรชนี ‘A-SHARE’ ที่น่าดึงดูด ส่วนกรุ๊ปที่ชี้แนะ ประกอบไปด้วย กรุ๊ปบริโภค กรุ๊ปเทคโนโลยี และก็กรุ๊ปโรงพยาบาล”

เมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ยังคิดว่า ‘ตลาดหุ้นจีน’ ยังคงมีความน่าสนใจกว่า ด้วยจำนวนเงินการประคองเศรษฐกิจที่สูงกว่า รวมทั้งจากกรุ๊ปอุตสาหกรรมที่นานัปการ อย่างอะลีบาบากรุ๊ป และก็เทนเซ็นต์ที่ได้ประโยชน์เต็มคุณภาพในตอนการระบาดของเชื้อไวรัส ช่วงเวลาเดียวกันยังมีกรุ๊ปบริโภค กรุ๊ปเทคโนโลยี ที่กำลังจะได้ประโยชน์ภายหลังจบการระบาดของเชื้อไวรัส

“สำหรับเพื่อการแบ่งสัดส่วนพอร์ตลงทุนในหุ้น 100% พวกเรายังคงให้รูปร่างการลงทุนหลักที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา หรือราว 40-50% และก็ตามด้วยยตลาดค้าหุ้นจีน 20-30% แล้วก็ที่เหลือให้เฉลี่ยลงทุนในตลาดค้าหุ้นยุโรปและก็ตลาดค้าหุ้นไทย”

“หุ้นจีน” แข็ง…ใส่รับจีดีพีจีน ‘โตสวนกระแส’

ฟาก “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาดแล้วก็ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดแจงกองทุน ทิสโก้ จำกัด มีความเห็นว่าเหตุการณ์เศรษฐกิจจีนในตอนนี้ เริ่มกิจกรรมด้านเศรษฐกิจเยอะขึ้น และก็มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างหลักการการคลัง หลักการการเงินภายหลังจากพ้นตอนการระบาดของเชื้อไวรัส

ซึ่งประเมินว่าในไตรมาส 2/63 จะเริ่มมองเห็นการเจริญเติบโตของจีดีพีได้ดีมากยิ่งกว่าไตรมาส 1/63 ตลอดปีพวกเราเห็นว่าจะเติบโตเฉลี่ย 3-4% จากเดิมคาดคะเนว่าจะเติบโต 6% การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจในประเทศจีนจำต้องหยุดชะงัก แต่ว่าแต่ถือได้ว่าเป็นการเติบโตได้ระดับที่ความสามารถเมื่อเปรียบเทียบทั้งโลกที่ไปสู่ภาวการณ์หดตัว

“ในส่วนตลาดค้าหุ้นจีนยังมีความน่าดึงดูดใจด้วยการปรับลดดัชนีในตอนที่ผ่านมาและก็ดาวน์ไซต์ที่ค่อนข้างจะจำกัด โดยกรุ๊ปดรรชนีที่น่าลงทุนยังคงเป็นดัชนี ‘A-SHARE’ จากผู้กระทำระจายตัวของบริษัทที่หลากหลาย รวมทั้งการบริโภคในประเทศจะเริ่มมองเห็นการฟื้นฟูสภาพได้ ภายหลังจากพ้นตอนการระบาดของเชื้อไวรัส”

เมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ พวกเรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนไปยัง หุ้นจีน จากพื้นฐานมีความแข็งแกร่ง ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปัจจัยเบื้องต้นยังคงอ่อนแอ จากต้นเหตุบีบคั้นที่มีต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน และก็ดัชนีหุ้นไทยยังคงมีลักษณะท่าทางปรับน้อยลงอีก ซึ่งชี้แนะนักลงทุนในขณะนี้ ที่ลงทุนหุ้น 100% ให้ลงทุนในต่างชาติ (จีน,ญี่ปุน) 70% รวมทั้งที่เหลือเป็นหุ้นไทย

 

 

ที่มา.. wealthythai

ตลาดหุ้นยุโรป

ตลาดหุ้นยุโรป เปิดตลาดวันนี้ขยับขึ้น โดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมเฟด

ตลาดหุ้นยุโรป เปิดตลาดวันนี้ขยับขึ้น โดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมของคณะกรรมการวางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ดรรชนีEuropean Stoxx 600 บวก 0.2%

ดรรชนี CAC-40 ตลาดหุ้นประเทศฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 4,566.29 จุด ลดน้อยลง 3.50 จุด, -0.08% ดรรชนี DAX ตลาดค้าหุ้นเยอรมนีเปิดวันนี้ที่ 10,812.74 จุด มากขึ้น 17.11 จุด, +0.16%

บรรดานักวิเคราะห์คาดว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรึกษากันเกี่ยวกับโครงงานเงินกู้ยืมของเฟดสำหรับภาคธุรกิจรวมทั้งรัฐบาลระดับเมือง สำหรับการประชุมแนวนโยบายการเงินในวันที่ 28-29 เม.ย.นี้ เหตุเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วทั้งประเทศ

ระหว่างที่สถาบันจัดลำดับความน่าไว้ใจ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้ปรับลดชั้นความน่าวางใจของอิตาลีลงสู่ระดับ BBB- จากระดับ BBB โดยเจาะจงถึงผลพวงจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนาสายจำพวกใหม่ (โควิด-19)

ชั้นความน่านับถือที่ BBB- ของอิตาลีตอนนี้ อยู่เหนือระดับ “ขยะ” (junk) เพียงแต่ระดับเดียว โดยฟิทช์ กล่าวมาว่า “การปรับลดชั้นดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นสะท้อนถึงผลพวงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วทั้งโลกมีต่อเศรษฐกิจแล้วก็สถานะการเงินของอิตาลี”

 

ที่มา.. ryt9

EVER

ผู้ถือหุ้น EVER โหวตหนุนแผนออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท

ผู้ถือหุ้น EVER โหวตหนุนแผนออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท รองรับแผนขยายกิจการ-คืนหนี้สินสถาบันการเงิน บิ๊กบอส “สวิจักร์ โลจายะ”ปักหมุดปี 63 พร้อมบุกตลาดแนวยาว บริหารพอร์ต/ลดเสี่ยง แย้มเตรียม Presale บ้านเดี่ยวสุวินทวงศ์ “ซิลเวอร์เลค พาร์ค” เฟส 2 ค่า กว่า 420 ล้านบาท ภายในไตรมาส 2/63 หนุนผลงานโตแกร่ง

นายสวิจักร์ โลจายะ ประธานกรรมการ บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) (EVER) ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “เดอะโพลิแทน” ทำเลที่ตั้งเขตสนามบินน้ำ โครงงานแนวนอน บ้านเดี่ยว แบรนด์ “มายโฮม อเวนิว” รวมทั้งทาวน์โฮม แบรนด์ “เอเวอร์ ซิตี้” เผยออกมาว่า ห้องประชุมสามัญผู้ถือหุ้นรายปี 2563 ในวันที่ 28 ม.ย. 2563 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ลงความเห็นอนุมัติการออกและก็เสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการจ่ายหนี้คืนสถาบันการเงิน ขยายงานของบริษัทฯ รวมทั้งการลงทุนในอนาคต โดยคาดว่าจะออกในตอนช่วงหลังของปีนี้

เริ่มแรกผมจำต้องขอขอบคุณมากผู้ถือหุ้นที่เชื่อใจ และก็เห็นดีเห็นชอบสำหรับการการออกหุ้นกู้คราวนี้ ซึ่งเกิดผลดีกับบริษัทฯ เหตุเพราะการออกหุ้นกู้ในคราวนี้ช่วยลดเงินลงทุนสำหรับในการดำเนินธุรกิจ และก็ส่วนหนึ่งส่วนใดใช้ประโยชน์สำหรับในการขยายธุรกิจในอนาคต รองรับการประลองของตลาดอสังหาฯ ที่มีความรุนแรงมากเพิ่มขึ้น”นายสวิจักร์ กล่าว

ประธานกรรมการ EVER กล่าวอีกว่า บริษัทฯยังคงเดินหน้าตามแผนระยะยาวสำหรับการเสริมสร้างสมรรถนะ รวมทั้งการเพิ่มยุทธวิธีใหม่ๆสำหรับเพื่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังโครงงานปัจจุบันนี้แล้วก็พัฒนาโครงงานใหม่ๆโดยยิ่งไปกว่านั้นการขยายแนวยาว เพื่อเพิ่มที่มาของรายได้ และก็กระจายการเสี่ยงทางธุรกิจ นอกจากแผนการแนวสูง ซึ่งตลาดดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วยังมีกำลังซื้ออยู่จำนวนมาก

โดยปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างหาทำเลที่ดิน เพื่อขยายโครงการแนวขนาน โดยด่วนๆนี้จัดเตรียมเปิดตัวโครงงาน “ซิลเวอร์เลค พาร์ค” เฟส 2 ค่าโครงงาน 420 ล้านบาท บนถนน สุวินทวงศ์ คาดจะมองเห็นในช่วงปลายไตรมาส 2 ของปีนี้

นอกเหนือจากนี้ ยังมีแผนการทาวน์โฮม แบรนด์ เอเวอร์ซิตี้ สุขความเจริญรุ่งเรือง 30 – พุทธบูชา เฟส 2 ค่าโครงงาน 200 ล้านบาท ที่จะทยอยเปิดตัวตามมา ส่งเสริมผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

ที่มา.. ryt9

ตลาดหุ้นยุโรป

RSP แจ้งว่าบริษัทได้ลงนามสัญญาการเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย กับบริษัท Alpargatas S.A.

บมจ.ริช สปอร์ต (RSP) แจ้งว่าบริษัทได้ลงชื่อสัญญาการเป็นผู้แทนขาย กับบริษัท Alpargatas S.A.จากประเทศบราซิล ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตแล้วก็ขายสินค้ารองเท้ารวมทั้งผลิตภัณฑ์แฟชั่นภายใต้ยี่ห้อสินค้า “Havaianas” โดยสัญญาดังที่กล่าวผ่านมาแล้วให้สิทธิแก่บริษัทสำหรับเพื่อการขายผลิตภัณฑ์ภายใต้ยี่ห้อสินค้า “Havaianas” แต่เพียงผู้เดียวในอาณาจักรไทย โดยคำสัญญามีระยะเวลา 5 ปี

 

ที่มา.. ryt9

ตลาดหุ้นยุโรป

DEMCO รับงาน กฟภ.หนุน Backlog เพิ่มเป็น 3.15 พันล้านบาท

บมจ.เด็มโก้ DEMCO แจ้งว่าบริษัทได้เข้าทำสัญญาจ้างงานก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี เพื่อรองรับการเชื่อมต่อ บริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ (ภูเขาเวียง) จำกัด จังหวัดขอนแก่น ระยะที่ 2 กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่างาน 171.20 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มีช่วงเวลาก่อสร้าง 5 เดือน ตั้งแต่แมื่อวันที่ส่งพื้นที่ในวันที่ 1 เม.ย.63

นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการผู้จัดการ ของ DEMCO พูดว่า การได้รับงานสร้างสายส่งของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในคราวนี้ เมื่อรวมกับงานสร้างสถานีกระแสไฟฟ้าคูคต จังหวัดปทุมธานี ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ Consortium of RSS 2016 Co.,Ltd. and DEMCO Public Company Limited (คำสัญญาค้าร่วม) ได้งานมาเมื่อตอนต้นเดือนเม.ย. โดยเป็นงานในส่วนของบริษัท 107.7 ล้านบาทนั้น ทำให้ค่างานในมือ (Backlog) ในขณะนี้เพิ่มเป็น 3,150 ล้านบาท

เวลาที่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายงานโดยตลอด อีกทั้งประมูลงานของภาครัฐ แล้วก็เอกชน ซึ่งคาดว่าจะมีงานใหม่ๆของภาครัฐออกมา ราคารวมประมาณ 50,000 ล้านบาท ได้แก่ การงานกระแสไฟฟ้าข้างผลิตที่เมืองไทย (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) คาดจะมีงานออกมาให้ประมูล 40,000 ล้านบาท งานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คาดจะมีงานออกมา 7,000 ล้านบาท

แล้วก็งานย้ายงานสายไฟฟ้าลงใต้ดินราว 2,800-3,000 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มิได้ทำให้เกิดผลกระทบต่อการแนวทางจัดการของบริษัทในปีนี้เท่าไรนัก

 

ที่มา.. ryt9

ตลาดหุ้นยุโรป

SEAFCO เช็คสุขภาพรับเหมาเสาเข็มเจาะยุคโควิดระบาด ยันเก็บ Backlog แน่นดันผลงานปีนี้นิวไฮ

นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซีฟโก้ SEAFCO เผยกับ “อินโฟเควสท์” ว่า ถึงแม้เหตุการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จะทำให้ภาคธุรกิจหลายอุตสาหกรรมได้รับผลพวงจากมภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ว่าในมุมของอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างเสาเข็มเจาะของบริษัทยังทยอยรับทราบรายได้เข้ามาสม่ำเสมอจากจำนวนงานในมือ (Backlog) ที่มีกว่า 2,500 ล้านบาทตามแผนจะรับทราบรายได้งานทั้งปวงข้างในปีนี้ กับเชื่อถือว่าจะมีงานใหม่เล็กน้อยเข้ามาเพิ่มได้อีกในตอนที่เหลือของปี

เพราะฉะนั้น บริษัทยังไม่มีแนวความคิดปรับแผนธุรกิจ รวมทั้งแน่ใจว่าแนวทางรายได้ปี 63 จะเติบโตได้ตามเป้าสัมผัส 3,300 ล้านบาท เติบโตทุบสถิติสูงสุดใหม่อีกทีสม่ำเสมอจากปีกลายที่มีรายได้ 3,062 ล้านบาท

อย่างไรก็แล้วแต่ นายณรงค์ สารภาพว่าการทำงานบางทีอาจได้รับผลพวงไปบ้าง ด้วยเหตุว่ารัฐบาลประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิว ทำให้การโยกย้ายเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักรเข้าไปในไซต์การก่อสร้างไม่สามารถดำเนินงานได้สบายในเวลากลางคืน และก็ปริมาณคนงานลดน้อยลงไม่พอกับจำนวนงาน เนื่องด้วยไม่อาจจะนำเข้าคนงานได้ราวภาวการณ์ธรรมดา ซึ่งเป็นไปตามแนวทางรัฐบาลควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่

นายณรงค์ กล่าวต่อว่าต่อขาน ปัจจุบันนี้บริษัทมีสภาพคล่องที่เป็นกระแสเงินสดพอเพียงต่อการดำเนินธุรกิจ จำนวนมากเป็นกระแสการเงินสดเวียนจากการส่งงานในแต่ละเดือนเฉลี่ย 200-300 ล้านบาทต่อเดือน รวมทั้งสถานะด้านการเงินยังอดทนรองรับความปั่นป่วนทางด้านเศรษฐกิจ แต่ว่าสิ่งต้องระมัดระวังเป็นผลพวงกับเศรษฐกิจในรอบนี้จะมีผลให้แผนลงทุนแผนการใหม่ของเอกชนรวมทั้งรัฐบาลไปสู่ภาวการณ์ชะลอตัวไปๆมาๆกน้อยยังไง พื้นฐานอาจจะต้องมาติดตามสนิทสนมอีกทีในครึ่งปีข้างหลังถ้าเกิดเหตุการณ์ยังทรุดโทรมก็บางทีอาจใคร่ครวญทวนแผนงานใหม่เพื่อสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายณรงค์ รับรองว่า บริษัทยังคงมีเป็นหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่จะจ่ายเงินปันผลบ่อยทุกไตรมาส ปัจจุบันบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวดผลประกอบการไตรมาส4/63 เป็นเงินสด 0.11 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องบินหมายมิได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 8 เดือนพฤษภาคม63 รวมทั้งจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม63

 

 

ที่มา.. ryt9

ตลาดหุ้นยุโรป

ANAN เพิ่มเวลาโปร ปลอดหนี้ 2 ปี ถึงสิ้นพฤษภาคม ตอบรับดีมานด์ลูกค้าช่วงเหตุการณ์โควิด

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมทั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ANAN กล่าวมาว่า ภายหลังที่บริษัทได้ปล่อยโปรโมชั่นพิเศษ ปลอดหนี้ 2 ปี ภายใต้แคมเปญ MOVE NOW! สำหรับคนที่จองอาคารชุดพร้อมอยู่ ใกล้รถไฟฟ้า แบรนด์ ไอดีโอ และก็ ไอดีโอ โมบิ พร้อมคำแนะนำพิเศษ อย่างเช่น ผ่อน 0 บาท นาน 2 ปี ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 2 ปี ฟรีรายจ่ายวันโอนฯ (ข้อจำกัดตามบริษัทฯ ระบุ) ปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับเกินเป้าที่คาดไว้แล้วก็ยังมีลูกค้าที่คลาดโอกาสนี้ สะท้อนให้มีความเห็นว่ากำลังซื้อในตลาดยังคงมีอยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำเลที่ตั้งที่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าในระดับราคาที่สมควร ก็เลยทำให้บริษัทตระเตรียมเลื่อนเวลาโปรโมชั่นพิเศษสุดนี้ไปจนกระทั่งสิ้นเดือน พฤษภาคม63 นี้

การจัดการดังที่กล่าวผ่านมาแล้วนับยอดเยี่ยมในยุทธวิธีที่รองรับเหตุการณ์วัววิด-19 เพราะเหตุว่าความจำเป็นที่อยู่ที่อาศัยยังเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากแม้กระนั้นเหตุการณ์ตอนนี้ลูกค้ามีความรู้สึกกลุ้มใจสำหรับในการตกลงใจซื้อ บริษัทมีความรู้และมีความเข้าใจเหตุการณ์ก็เลยมอบสิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่รองรับความต้องการของกรุ๊ปลูกค้าวัตถุประสงค์ ทั้งยังในด้านสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด การออกแบบที่ล้ำสมัย รวมทั้งความคุ้มราคาสำหรับเพื่อการลงทุน ซึ่งนับว่าเป็นเป้าหมายหลักของหน่วยงาน

สำหรับโปรโมชั่น “ปลอดหนี้ 2 ปี” ภายใต้แคมเปญ MOVE NOW! จะเลื่อนเวลาโปรโมชั่นออกไปตั้งแต่วันนี้ – 31 เดือนพฤษภาคม63 ลูกค้าสามารถจองผ่านวิถีทางออนไลน์ Ananda iStore ถึงที่กะไว้ Line @ideocondo @ideomobicondo ตลอด 1 วัน หรือลูกค้าที่พึงพอใจเข้าชมแผนการที่ที่ทำการขายยังสามารถเข้าชมแผนการได้ตามธรรมดา โดยบริษัทมีมาตรการจัดการกับเชื้อไวรัสวัววิด-19 ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มข้น โดยพิจารณาถึงสุขลักษณะของลูกค้ารวมทั้งบุคลากรเป็นหลัก

 

ที่มา.. ryt9

ตลาดหุ้นยุโรป

เช้าวันนี้ MAJOR มูลค่าสูงสุด 58.80 ลบ.ราคาเฉลี่ย 14.70 บริษัท/หุ้น

ปิดตลาดหลักทรัพย์ไทยเช้าวันนี้ พบมีการซื้อขายบิ๊กล็อต 8 หลักทรัพย์ 8 รายการ เจอ MAJOR มีมูลค่าสูงสุด 58.80 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 14.70 บาท
รายงานหลังปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหุ้นแห่งประเทศไทยวันนี้ พบว่ามีการทำรายการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) จำนวน 8 หลักทรัพย์ 8 รายการ ดังต่อไปนี้

หลักทรัพย์ รายการ จำนวนหุ้น ค่า ราคาเฉลี่ย ราคาพาร์

(พันบาท) (บาท)

MAJOR 1 4,000,000 58,800.00 14.70 1.00
KCE 1 2,500,000 36,000.00 14.40 0.50
BEM 1 4,000,000 34,400.00 8.60 1.00
CPALL 1 165,300 10,599.86 64.12 1.00
VGI 1 1,500,000 10,125.00 6.75 0.10
CPF 1 300,000 7,800.00 26.00 1.00
PTT13P2009A 1 15,000,000 6,412.50 0.43 0.00
KTC 1 100,000 3,225.00 32.25 1.00

หมายเหตุ: รวมตลาด MAI ด้วย
ที่มา: ตลาดค้าหุ้นแห่งประเทศไทย

 

ที่มา.. ryt9

ตลาดหุ้นยุโรป

MACQ ออก DW อ้างอิง AOT,TU,AWC,BDMS,IRPC,KTB,KTC,MINT,ADVANC,STA จ่อเทรดพรุ่งนี้

ที่ทำการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยออกมาว่า บล.แมคควอรี (เมืองไทย) หรือ MACQ จะเสนอขายใบแสดงหลักฐานแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ปริมาณ 10 หลักทรัพย์ อ้างอิง บมจ.ท่า อากาศยานไทย (AOT), บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU), บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC), บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS), บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC), แบงค์กรุงไทย (KTB), บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC), บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์ เนชั่นแนล (MINT), บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และก็บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA)

โดยจะ ทำค้าขายวันแรกในตลาดค้าหุ้นในวันที่ 16 เดือนเมษายน 2563

ดังนี้ เป็นการเสนอขาย DW ชนิดสิทธิสำหรับเพื่อการซื้อ(Call Warrant) รวมทั้งจำพวกสิทธิสำหรับในการขาย(Put Warrant) ใช้รายละเอียด DW ดังต่อไปนี้

บล.แมคควอรี (เมืองไทย) ยังไม่เคยได้รับการจัดชั้นความน่าไว้วางใจจากสถาบันการจัดชั้นความน่า เชื่อมั่นใดๆแต่ผู้ค้ำประกันการจ่ายและชำระหนี้ตามหลักฐานแสดงสิทธิอนุพันธ์เป็น Macquarie Financial Holdings PTY Limited ตั้งอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ได้รับการจัดชั้นความเชื่อได้ในระดับ A-(tha) โดย Fitch ตอนวันที่ 10 เดือนกรกฎาคม2562

 

แหล่งที่มา.. ryt9

ตลาดหุ้นยุโรป

บล กสิกรไทยคาด SET อาทิตย์หน้าแกว่งตัว 1,185 – 1,250 จุด ติดตามเหตุการณ์โควิดทั้งใน-ตปท.จำนวนศก.สหรัฐแล้วก็จีน

บล กสิกรไทย จำกัด เห็นว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยสำหรับอาทิตย์ต่อไป (13-17 เม.ย.) มีแนวรับที่ 1,200 แล้วก็ 1,185 จุด เวลาที่แนวต้านทานอยู่ที่ 1,240 แล้วก็ 1,250 จุด เป็นลำดับ

โดยปัจจัยหลักที่จะต้องติดตาม ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งยังในและก็เมืองนอก รวมทั้งมาตรการทุเลาผลพวงเหตุการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ของประเทศต่างๆ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญ ดังเช่น ยอดขายปลีก ผลิตผลภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งข้อมูลการเริ่มก่อสร้างบ้านเดือนมี.ค. ในช่วงเวลาที่ ต้นเหตุเมืองนอกที่สำคัญอื่นๆตัวอย่างเช่น จำนวนจีดีพีไตรมาส 1/63 แล้วก็ข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมี.ค.ของจีน รวมทั้งดรรชนีราคาผู้ซื้อเดือนมี.ค.ของยูโรโซน

 

แหล่งที่มา.. ryt9