ตลาดหุ้นจีน พร้อมทะยานหลัง “วิกฤติ COVID-19”

ตลาดหุ้นจีน

ตลาดหุ้นจีน นับว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดกำเนิดใหม่ (Emerging markets) ด้วยปริมาณประชากรในประเทศ 1.4 พันล้านคน ทำให้จีดีพีถูกขับเคลื่อนด้วยภาคการบริโภคในประเทศเป็นหลัก

ก็เลยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตาแล้วก็น่าลงทุนในระยะยาว ในสายตานักลงทุนที่ถูกใจลงทุนในต่างชาติ

แม้กระนั้นในตอน 4-5 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการระบาดของ ‘เชื้อไวรัส COVID-19 ทำพิษไปยังเศรษฐกิจทั้งโลก รวมทั้งเมืองจีนที่ฯลฯต่อการระบาด ที่จำเป็นต้องล็อกดาวน์ประเทศเป็นระยะเวลาหลายเดือน ทำให้กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจจำเป็นต้องถูกหยุด ซึ่งความไม่ค่อยสบายใจดังที่ได้กล่าวมาแล้วสะท้อนไปยังตลาดหลักทรัพย์ด้วยตัวอย่างเช่น

“ตลาดหุ้นจีน” ยังไปได้ต่อ…ยก ‘กรุ๊ปบริโภค-เทคโนโลยี-โรงพยาบาล’ หลังพ้นCOVID-19

“คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดรวมทั้งสินค้า บริษัทหลักทรัพย์จัดแจงกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองว่า ตลาดค้าหุ้นจีนในตอนนี้ กลับมาสู่สภาวะธรรมดาโดยมองเห็นได้จากการฟื้นฟูสภาพของดัชนี ภายหลังผ่านเหตุการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รวมทั้งการออกหลักการการคลัง-การเงินซึ่งสามารถทำเป็นเร็วทันใจ ซึ่งช่วยทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นได้เร็วตามไปด้วย ซึ่งจะช่วยรักษาการเติบโตของจีดีพีก้าวหน้าหรือระดับที่ 3-4% จากเดิมที่เติบโต 6% โดยการเติบโตในระดับที่ต่ำกว่า 6% นับว่าไม่น่าวิตกกังวลนัก ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

“ตลาดหุ้นจีนในระดับตอนนี้มั่นใจว่ายังมีอัพไซด์ได้อีกมากมาย จากการวัดราคา (valuation)ในราคาตอนนี้ ที่มี P/E 11-12 เท่า ก็เลยคาดหมายว่าดัชนีถึงปลายปียังเพิ่มได้อีก 10-15% จากดรรชนีเดี๋ยวนี้ ก็เลยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ควรจะให้น้ำหนักการลงทุน โดยมีตัวดรรชนี ‘A-SHARE’ ที่น่าดึงดูด ส่วนกรุ๊ปที่ชี้แนะ ประกอบไปด้วย กรุ๊ปบริโภค กรุ๊ปเทคโนโลยี และก็กรุ๊ปโรงพยาบาล”

เมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ยังคิดว่า ‘ตลาดหุ้นจีน’ ยังคงมีความน่าสนใจกว่า ด้วยจำนวนเงินการประคองเศรษฐกิจที่สูงกว่า รวมทั้งจากกรุ๊ปอุตสาหกรรมที่นานัปการ อย่างอะลีบาบากรุ๊ป และก็เทนเซ็นต์ที่ได้ประโยชน์เต็มคุณภาพในตอนการระบาดของเชื้อไวรัส ช่วงเวลาเดียวกันยังมีกรุ๊ปบริโภค กรุ๊ปเทคโนโลยี ที่กำลังจะได้ประโยชน์ภายหลังจบการระบาดของเชื้อไวรัส

“สำหรับเพื่อการแบ่งสัดส่วนพอร์ตลงทุนในหุ้น 100% พวกเรายังคงให้รูปร่างการลงทุนหลักที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา หรือราว 40-50% และก็ตามด้วยยตลาดค้าหุ้นจีน 20-30% แล้วก็ที่เหลือให้เฉลี่ยลงทุนในตลาดค้าหุ้นยุโรปและก็ตลาดค้าหุ้นไทย”

“หุ้นจีน” แข็ง…ใส่รับจีดีพีจีน ‘โตสวนกระแส’

ฟาก “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาดแล้วก็ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดแจงกองทุน ทิสโก้ จำกัด มีความเห็นว่าเหตุการณ์เศรษฐกิจจีนในตอนนี้ เริ่มกิจกรรมด้านเศรษฐกิจเยอะขึ้น และก็มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างหลักการการคลัง หลักการการเงินภายหลังจากพ้นตอนการระบาดของเชื้อไวรัส

ซึ่งประเมินว่าในไตรมาส 2/63 จะเริ่มมองเห็นการเจริญเติบโตของจีดีพีได้ดีมากยิ่งกว่าไตรมาส 1/63 ตลอดปีพวกเราเห็นว่าจะเติบโตเฉลี่ย 3-4% จากเดิมคาดคะเนว่าจะเติบโต 6% การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจในประเทศจีนจำต้องหยุดชะงัก แต่ว่าแต่ถือได้ว่าเป็นการเติบโตได้ระดับที่ความสามารถเมื่อเปรียบเทียบทั้งโลกที่ไปสู่ภาวการณ์หดตัว

“ในส่วนตลาดค้าหุ้นจีนยังมีความน่าดึงดูดใจด้วยการปรับลดดัชนีในตอนที่ผ่านมาและก็ดาวน์ไซต์ที่ค่อนข้างจะจำกัด โดยกรุ๊ปดรรชนีที่น่าลงทุนยังคงเป็นดัชนี ‘A-SHARE’ จากผู้กระทำระจายตัวของบริษัทที่หลากหลาย รวมทั้งการบริโภคในประเทศจะเริ่มมองเห็นการฟื้นฟูสภาพได้ ภายหลังจากพ้นตอนการระบาดของเชื้อไวรัส”

เมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ พวกเรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนไปยัง หุ้นจีน จากพื้นฐานมีความแข็งแกร่ง ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปัจจัยเบื้องต้นยังคงอ่อนแอ จากต้นเหตุบีบคั้นที่มีต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน และก็ดัชนีหุ้นไทยยังคงมีลักษณะท่าทางปรับน้อยลงอีก ซึ่งชี้แนะนักลงทุนในขณะนี้ ที่ลงทุนหุ้น 100% ให้ลงทุนในต่างชาติ (จีน,ญี่ปุน) 70% รวมทั้งที่เหลือเป็นหุ้นไทย

 

 

ที่มา.. wealthythai

Related Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *