หุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดบ่าย พุ่งขึ้น 21.28 ดรรชนีอยู่ที่ 1,287 จุด

หุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดบ่าย

หุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 21.28 จุด ดรรชนีอยู่ที่ 1,287.30 จุด ค่าการค้าขาย 56,801.03 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นที่เมืองไทย ทุกวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน 63 ตอนครึ่งวันบ่าย พบว่า ดรรชนีปรับขึ้น 21.28 จุด เปลี่ยน 1.68% ราคาการค้าขาย 56,801.03 ล้านบาท

โดยดรรชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,293.35 จุด แล้วก็ต่ำสุดที่ 1,276.60 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการค้าขาย 5 ลำดับแรก อาทิเช่น 1. บริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท พีทีครั้ง โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) 5. บริษัทบริหารทรัพย์สิน กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน).

 

 

ที่มา thairath

ราคาทองคำวันนี้ เปิดตลาดวันพระใหญ่ วิสาขบูชา ทองแท่ง ขายออกบาทละ 26,100

ราคาทองคำวันนี้ เปิดตลาดวันพระใหญ่ วิสาขบูชา ราคาขยับขึ้น 100 ทองแท่ง ขายออกบาทละ 26,100 “ทองคำรูปพรรณ” ขายออกบาทละ 26,600

วันที่ 6 พฤษภาคม 63 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา สมาคมค้าทองรายงาน ราคาทองไทย ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.18 น. ราคาขยับขึ้น 100 บาท

โดยราคาทองวันนี้ ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 25,900 ขายออกบาทละ 26,100 บาท ส่วนทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 25,438.48 ขายออกบาทละ 26,600 บาท.

 

ที่มา thairath

SUPER กำไรงาม-พี/อีต่ำ แต่ว่ามักจะทำให้นักลงทุนช้ำใจ

ถ้าหากท่านเป็นนักลงทุนคนใหม่ บางทีอาจจะเห็นว่า SUPER เป็นหุ้นเพชรในโคลนตมแท้ๆเพราะว่านอกเหนือจากผลกำไรจะโตสูงมากมายแล้ว P/E ก็แทบต่ำสุดในกรุ๊ปโรงไฟฟ้าด้วย แต่ว่าความแปลกประหลาดก็คือการกระทำของหุ้นตัวนี้ ชอบพานัมายากลงทุนไปติดภูเขาอยู่เป็นประจำๆก็เลยเป็นหัวข้อที่ต้องระมัดระวังให้ดี

วันนี้ราคาหุ้น บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เปิดตลาดขึ้นไปแตะต้องจุดสุดยอด(นิวไฮ)รอบ 5 เดือน ที่ 0.61 บาท แม้ว่าจะอ่อนตัวมาปิดตลาดไปที่ 0.59 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า

แม้นับตั้งแต่ราคาหุ้นที่ลงไปทำจุดต่ำสุดจากวิกฤตที่ 0.28 บาท ตอนวันที่ 13 มี.ค. 63 เทียบกับราคาแพงสุดของเช้าวันนี้ นับว่าราคาหุ้น SUPER ปรับขึ้นมาแล้วถึง 117% ภายในช่วงเวลา 1 เดือนกว่าแค่นั้น แซงหน้าราคาหุ้นก่อนกำเนิดวิกฤตวัววิด-19 ไปแล้ว

 

 

ที่มา.. efinancethai

ตลาดหุ้นจีน พร้อมทะยานหลัง “วิกฤติ COVID-19”

ตลาดหุ้นจีน นับว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดกำเนิดใหม่ (Emerging markets) ด้วยปริมาณประชากรในประเทศ 1.4 พันล้านคน ทำให้จีดีพีถูกขับเคลื่อนด้วยภาคการบริโภคในประเทศเป็นหลัก

ก็เลยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าจับตาแล้วก็น่าลงทุนในระยะยาว ในสายตานักลงทุนที่ถูกใจลงทุนในต่างชาติ

แม้กระนั้นในตอน 4-5 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการระบาดของ ‘เชื้อไวรัส COVID-19 ทำพิษไปยังเศรษฐกิจทั้งโลก รวมทั้งเมืองจีนที่ฯลฯต่อการระบาด ที่จำเป็นต้องล็อกดาวน์ประเทศเป็นระยะเวลาหลายเดือน ทำให้กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจจำเป็นต้องถูกหยุด ซึ่งความไม่ค่อยสบายใจดังที่ได้กล่าวมาแล้วสะท้อนไปยังตลาดหลักทรัพย์ด้วยตัวอย่างเช่น

“ตลาดหุ้นจีน” ยังไปได้ต่อ…ยก ‘กรุ๊ปบริโภค-เทคโนโลยี-โรงพยาบาล’ หลังพ้นCOVID-19

“คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดรวมทั้งสินค้า บริษัทหลักทรัพย์จัดแจงกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองว่า ตลาดค้าหุ้นจีนในตอนนี้ กลับมาสู่สภาวะธรรมดาโดยมองเห็นได้จากการฟื้นฟูสภาพของดัชนี ภายหลังผ่านเหตุการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รวมทั้งการออกหลักการการคลัง-การเงินซึ่งสามารถทำเป็นเร็วทันใจ ซึ่งช่วยทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นได้เร็วตามไปด้วย ซึ่งจะช่วยรักษาการเติบโตของจีดีพีก้าวหน้าหรือระดับที่ 3-4% จากเดิมที่เติบโต 6% โดยการเติบโตในระดับที่ต่ำกว่า 6% นับว่าไม่น่าวิตกกังวลนัก ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

“ตลาดหุ้นจีนในระดับตอนนี้มั่นใจว่ายังมีอัพไซด์ได้อีกมากมาย จากการวัดราคา (valuation)ในราคาตอนนี้ ที่มี P/E 11-12 เท่า ก็เลยคาดหมายว่าดัชนีถึงปลายปียังเพิ่มได้อีก 10-15% จากดรรชนีเดี๋ยวนี้ ก็เลยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ควรจะให้น้ำหนักการลงทุน โดยมีตัวดรรชนี ‘A-SHARE’ ที่น่าดึงดูด ส่วนกรุ๊ปที่ชี้แนะ ประกอบไปด้วย กรุ๊ปบริโภค กรุ๊ปเทคโนโลยี และก็กรุ๊ปโรงพยาบาล”

เมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ยังคิดว่า ‘ตลาดหุ้นจีน’ ยังคงมีความน่าสนใจกว่า ด้วยจำนวนเงินการประคองเศรษฐกิจที่สูงกว่า รวมทั้งจากกรุ๊ปอุตสาหกรรมที่นานัปการ อย่างอะลีบาบากรุ๊ป และก็เทนเซ็นต์ที่ได้ประโยชน์เต็มคุณภาพในตอนการระบาดของเชื้อไวรัส ช่วงเวลาเดียวกันยังมีกรุ๊ปบริโภค กรุ๊ปเทคโนโลยี ที่กำลังจะได้ประโยชน์ภายหลังจบการระบาดของเชื้อไวรัส

“สำหรับเพื่อการแบ่งสัดส่วนพอร์ตลงทุนในหุ้น 100% พวกเรายังคงให้รูปร่างการลงทุนหลักที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา หรือราว 40-50% และก็ตามด้วยยตลาดค้าหุ้นจีน 20-30% แล้วก็ที่เหลือให้เฉลี่ยลงทุนในตลาดค้าหุ้นยุโรปและก็ตลาดค้าหุ้นไทย”

“หุ้นจีน” แข็ง…ใส่รับจีดีพีจีน ‘โตสวนกระแส’

ฟาก “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาดแล้วก็ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดแจงกองทุน ทิสโก้ จำกัด มีความเห็นว่าเหตุการณ์เศรษฐกิจจีนในตอนนี้ เริ่มกิจกรรมด้านเศรษฐกิจเยอะขึ้น และก็มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างหลักการการคลัง หลักการการเงินภายหลังจากพ้นตอนการระบาดของเชื้อไวรัส

ซึ่งประเมินว่าในไตรมาส 2/63 จะเริ่มมองเห็นการเจริญเติบโตของจีดีพีได้ดีมากยิ่งกว่าไตรมาส 1/63 ตลอดปีพวกเราเห็นว่าจะเติบโตเฉลี่ย 3-4% จากเดิมคาดคะเนว่าจะเติบโต 6% การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจในประเทศจีนจำต้องหยุดชะงัก แต่ว่าแต่ถือได้ว่าเป็นการเติบโตได้ระดับที่ความสามารถเมื่อเปรียบเทียบทั้งโลกที่ไปสู่ภาวการณ์หดตัว

“ในส่วนตลาดค้าหุ้นจีนยังมีความน่าดึงดูดใจด้วยการปรับลดดัชนีในตอนที่ผ่านมาและก็ดาวน์ไซต์ที่ค่อนข้างจะจำกัด โดยกรุ๊ปดรรชนีที่น่าลงทุนยังคงเป็นดัชนี ‘A-SHARE’ จากผู้กระทำระจายตัวของบริษัทที่หลากหลาย รวมทั้งการบริโภคในประเทศจะเริ่มมองเห็นการฟื้นฟูสภาพได้ ภายหลังจากพ้นตอนการระบาดของเชื้อไวรัส”

เมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ พวกเรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนไปยัง หุ้นจีน จากพื้นฐานมีความแข็งแกร่ง ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปัจจัยเบื้องต้นยังคงอ่อนแอ จากต้นเหตุบีบคั้นที่มีต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน และก็ดัชนีหุ้นไทยยังคงมีลักษณะท่าทางปรับน้อยลงอีก ซึ่งชี้แนะนักลงทุนในขณะนี้ ที่ลงทุนหุ้น 100% ให้ลงทุนในต่างชาติ (จีน,ญี่ปุน) 70% รวมทั้งที่เหลือเป็นหุ้นไทย

 

 

ที่มา.. wealthythai