ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร PRIN ที่ระดับ BBB- แนวโน้ม

ทริสเรทติ้ง

ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของ บมจ.ปริญสิริ (PRIN) ที่ระดับ BBB- ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงเดิม โดยชั้นเครดิตสะท้อนถึงฐานรายได้ของบริษัทที่มีขนาดเล็ก ภาระหน้าที่หนี้สินระดับปานกลาง และก็ความรู้ความเข้าใจสำหรับการได้กำไรที่อยู่ในระดับเป็นที่ยอมรับได้ ชั้นเครดิตยังนึกถึงความปรารถนาที่พักอาศัยที่ชะลอตัวสาเหตุจากความกลุ้มอกกลุ้มใจต่อภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ความเคร่งครัดสำหรับการปลดปล่อยสินเชื่อตามแผนการธนาคารพาณิชย์ ตลอดจนกฏเกณฑ์การดูแลดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่ที่อาศัยกฏเกณฑ์ใหม่ของธนาคารชาติ (ธนาคารแห่งประเทศไทย)

ประเด็นหลักที่กำหนดอันดับเครดิต

ฐานรายได้มีขนาดออกจะเล็กรวมทั้งกลุ่มตลาดที่ค่อนข้างจำกัด

บริษัทมีขนาดเล็กกว่าบริษัทปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากที่ได้รับการจัดชั้นเครดิตโดย ทริสเรทติ้ง ในทางของรายได้ รายได้ของบริษัทอยู่ที่ 1.79 พันล้านบาท ในปี 2562 ต่ำลง 28% เทียบกับปีกลาย คิดเป็นชั้นที่ 21 จาก 22 บริษัทที่ได้รับการจัดชั้นเครดิตโดยทริสเรทติ้ง รายได้ของบริษัทน้อยกว่าที่พวกเราคาดคะเน มูลเหตุหลักเนื่องจากการเปิดแผนการน้อยเนื่องจากว่ามีความรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับผลพวงแง่ลบจากกฏเกณฑ์การดูแลดูแลสินเชื่อเพื่อที่พักอาศัยกฏเกณฑ์ใหม่ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ใช้เมื่อม.ย. 2562 ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ในปี 2562 บริษัทเปิดขายเพียงแต่โครงงานแนวขนาน 2 โครงงาน และก็โครงงานห้องชุดอาคารเตี้ยขนาดเล็ก 2 โครงงาน ค่ารวม 1.5 พันล้านบาทซึ่งน้อยกว่าที่คาดว่าจะเปิดขายโดยประมาณ 3.5 พันล้านบาท

ทั้งยังจำพวกของผลิตภัณฑ์แล้วก็กรุ๊ปตลาดวัตถุประสงค์อยู่ในระดับราคาค่อนข้างจะจำกัด บริษัทย้ำการพัฒนาโครงงาน หมู่บ้านจัดสรรชนิดบ้านเดี่ยว บ้านฝาแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และก็อาคารชุดอาคารเตี้ยที่ระดับราคา 2 ล้านบาทถึง 6 ล้านบาท ณ ธ.ค. 2562 บริษัทมีโครงงานเหลือขายปริมาณ 19 แผนการ ค่าเหลือขายราว 6.1 พันล้านบาท คร่าวๆ 57% เป็นโครงงานบ้านเดี่ยวและก็บ้านฝาแฝด เวลาที่ราว 17% เป็นโครงงานทาวน์เฮ้าส์ รวมทั้งอีก 26% เป็นแผนการอาคารชุด ในปี 2563 บริษัทมีแผนในการจะเปิดตัวแผนการแนวระดับ 3 โครงงานซึ่งมีมูลค่าราวๆ 2.8 พันล้านบาท ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะอยู่ในตอน 2.0-2.4 พันล้านบาทต่อปีในตอน 2-3 ปีด้านหน้า

ภาระหน้าที่หนี้สินระดับปานกลาง

ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถคงจะภาระหน้าที่หนี้สินที่ระดับปานกลางไว้ได้ อัตราส่วนหนี้ด้านการเงินต่อเงินลงทุนของบริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ระดับค่อนข้างต่ำกว่า 50% ในระยะสั้นถึงปานกลางเนื่องมาจากบริษัทมีแผนเปิดโครงงานห้องชุดอาคารเตี้ยและก็โครงงานแนวระดับซึ่งมีความต้องการเงินลงทุนน้อยกว่าโครงงานอาคารชุดอาคารสูง ทั้งยัง บริษัทได้ขายสิทธิการเช่าช่วงเวลา 30 ปีของโครงงานเพลิดเพลินนารี่มอลล์ให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ บัวหลวง เค.อี.รีเทล (BKER REIT) ซึ่งทริสเรทติ้หาองว่าได้ผลบวกกับบริษัทเหตุเพราะบริษัทไม่ต้องแบกภาระขาดทุนจากการปฏิบัติงานแล้วก็เงินลงทุนการคลังจากแผนการคอมมูนิตี้มอลล์อีกต่อไป โดยค่าการค้าขาย 700 ล้านบาทได้นำไปคืนหนี้สินปริมาณ 331 ล้านบาทและก็ซื้อที่ดินสำหรับปรับปรุงแผนการใหม่

อัตราส่วนหนี้ทางด้านการเงินต่อเงินลงทุนของบริษัท ณ ธ.ค. 2562 อยู่ที่ระดับ 44.7% ระดับเดียวกับปีกลายแล้วก็ต่ำลงจากระดับสูงสุดที่ 60% ในปี 2557 ภายใต้ข้อสมมติของทริสเรทติ้ง คาดว่าอัตราส่วนหนี้ทางด้านการเงินต่อเงินลงทุนจะอยู่ในตอน 45%-46% ตลอดตอน 2-3 ปีด้านหน้า โดยอิงจากการที่บริษัทจะซื้อที่ดินใหม่ 500 ล้านบาทต่อปีแล้วก็มีแผนการเปิดโครงงานราคา 2.5-3.0 พันล้านบาทต่อปี

 

แหล่งที่มา.. ryt9

Related Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *